| Kampanat's profile人生はつらいよ。‐‐ไม่ค่อยว่างอัพ...PhotosBlogLists | Help |
|
人生はつらいよ。‐‐ไม่ค่อยว่างอัพนะคร้าบLife is not easy. June 07 งาน เงิน สังคมนิยม ความโสมมของโลก...ทำงานครบปีนึงแล้วครับ...
ได้เรียนรู้อะไรเยอะเลยเชียว (ยกเว้นการแปลล่ามเช่นเดิม ตูยังเกลียดไม่เสื่อมคลาย)
ตั้งแต่งานตรวจระบบบัญชีที่ไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อนก็พอรู้อะไรขึ้นบ้าง
ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างนอกจากเรื่องงานจากคนในที่ทำงานด้วยกัน
ปีนี้ได้รับผิดชอบโปรเจ็คใหญ่อีกชิ้นนึงคือ วางระบบ Inventory กับระบบการขายให้ได้
วิเคราะห์จุดเสี่ยงของงานทั้งสองระบบให้ได้ว่าจุดไหนอาจเกิดการรั่วไหลได้ง่าย
แล้วเราจะป้องกันอย่างไร ซึ่งดูแล้วก็น่าสนุก ท้าทายไปอีกแบบ
หวังว่าคงจะรอดนะ ไอ้กั๊ม
ช่วงนี้เสียงบ่นที่ได้ยินเข้ามามากก็คงไม่พ้นเรื่องของเศรษฐกิจ เงินเดือน และการเปลี่ยนงาน
ถามว่าคนสมัยนี้เปลี่ยนงานกันง่ายมั้ยก็คงใช่
แล้วปัจจัยอะไรล่ะที่เป็นสาเหตุให้คนตัดสินใจเปลี่ยนงาน คำตอบหนึ่งก็คืออยากได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นอีก นึกแล้วก็คงโทษใครไม่ได้ทั้งบริษัทและตัวพนักงาน...
ทำไมน่ะหรอ
ก็เพราะระบบทุนนิยมฟุ้งเฟ้อที่กระจายไปทั่วโลกนั่นแหละ
บริษัทต่างๆ พยายามสร้างอุปสงค์เทียมขึ้นมาเพื่อกระตุ้นการบริโภคของคนอันจะนำมาซึ่งรายได้ของบริษัทตนเอง
แต่ในขณะเดียวกันพนักงานในบริษัทของตนก็ถูกกระตุ้นให้ใช้จ่ายเงินเพื่อสินค้าของบริษัทอื่นอีก ฟังอย่างนี้พอจะจินตนาการกันออกเนอะว่ามันทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ถามว่าเงินเดือนตัวเองตอนนี้พอใจมั้ย ตอบได้ว่าพอใจแต่ไม่พอใช้เผื่ออนาคต แต่ละเดือนผมมีเงินเหลือเก็บ แต่มันก็ไม่พอให้ซื้อบ้านได้ง่ายๆ ซักที
ราคาบ้านแม่งมีแต่ขึ้นเอาๆ เห็นป้ายโฆษณาบ้านแล้วก็ได้แต่นั่งปลงว่าเมื่อไหร่กูจะมีปัญญาซื้อบ้านกับเค้ามั่ง
ราคาที่สูงเพราะถูกปั่นราคาอย่างใช่เหตุ จนบางครั้งทำให้ผมอดรู้สึกแอนตี้พวกที่เห็นบ้านคนเป็นของเล่นไม่ได้
เพราะพวกคุณเนี่ยแหละที่ทำให้คนจนๆ ต้องตายลงเพราะความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่พวกคุณได้สร้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทุกวันนี้ราคาบ้านที่ประกาศตามป้ายเห็นแล้วยังกับขายได้ง่ายๆ
(อ่านกระทู้เรื่องนี้ในเว็บพันทิพย์แล้วรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของคนระดับเดียวกันเลย)
อยากได้บ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ ก็รู้สึกเลือดตาแทบกระเด็นแล้ว
ลำพังเงินเดือนผมตอนนี้กู้ 30 ปี ยังได้วงเงินไม่ถึง 2 ล้านเลย
แล้วเบิ่งราคาบ้านเดี่ยวในตอนนี้สิ...
ผมคงได้แต่กางเต็นท์นอนมั้ง
นโยบายลดหย่อนภาษีสำหรับคนซื้อบ้านใหม่ของรัฐบาลก็ไม่ได้ช่วยอะไร
แถมช่วงที่ประกาศนโยบายก็ประกาศราคาที่ดินขึ้นอีก... แล้วมันจะมีประโยชน์อันใด
เพราะราคาบ้านมันก็ขยับปรับตัวขึ้นตามได้ง่ายๆ
แถมการสร้างบ้านสมัยนี้ก็แย่ ผู้รับเหมาดีๆ หายากยิ่งกว่าการหาเกล็ดหิมะที่ตกในกรุงเทพฯ ซะอีก
ส่วนพวกทำหมู่บ้านจัดสรรบางรายก็ยังคงสนใจแต่ประโยชน์ตัวเอง
กำไรมากๆ โอนแล้วก็หมดหน้าที่ ไม่มาสนใจลูกบ้านกันก็เยอะ
ใครคิดจะซื้อบ้านตระกูล "หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น...xxxริ" ระวังให้ดี
ทำยังกับบ้านราคาสิบบาทยี่สิบบาท
อ่านกระทู้ในพันทิพย์แล้วก็ได้แต่ปลงกับลูกบ้านที่เจอคนเอารัดเอาเปรียบกันแบบนี้
อนาถแท้สังคมไทย
อนาถแท้ระบบทุนนิยม
อนาถแท้ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย
ขออนุญาตยืนไว้อาลัยให้สังคมทุนนิยม
ปล. ข่าวเดวิด คาราดีนตอนนี้ดังมาก
ล่าสุดญาติเค้าฟ้องสื่อไทยแล้วนะว่าเอาภาพศพมาเสนอออกสื่อได้อย่างไร
เมื่อไหร่สื่อไทยจะรู้สึกให้เกียรติชาวบ้านมั่งครับ
หลายครั้งเอารูปความรุนแรงมาแพร่ภาพให้ญาติผู้ตายเค้าเห็นแล้วสะเทือนใจ
ไม่ก็เห็นออกข่าวแต่ละที นาย...บ้านอยู่ที่...
มึงจะบอกที่อยู่ทำเชี่ยอะไร
รังแต่จะทำให้ญาติเค้าอับอายเปล่าๆ
March 09 ถึงคราวย้ายหออ่ะ ย้ายมาหอใหม่เรียบร้อยแล้วครับ หอถูกกว่าเก่าตกเดือนละ 800 เก่ากว่าหอเดิมแต่หลายอย่างดีกว่ามาก ช่องเคเบิ้ลเพียบ ดูกันตาเหลือกเลย ทีวีญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฝรั่งเศส ลาว ฯลฯ ควรค่าแก่ชาวอักษรจริงๆ นอกจากนี้ยังมีทีวีช่องของชาวเสื้อเหลือง ช่องของชาวเสื้อแดงให้ชมทั้งสองฟากฝั่ง เลยกลายเป็นว่าทีวีของเสื้อแดงแทบกลายเป็นช่องทีวีโปรดไปในบัดดล... ทำไมหรอ... ตลกอ่ะครับ ดูยังไงก็ตลก มีประเด็นให้ขำทั้งวัน ตลกยิ่งกว่าอะไรที่เคยดูอีก ดูไปเพลินๆ คนไม่รู้เรื่องการเมืองไทยแล้วมาดูคงนึกว่าผู้ชายหน้าเหลี่ยมๆ คนนั้นเป็นเทพเจ้าของคนไทยไปซะได้ เพราะแทบจะทุกนาทีจะต้องมีภาพของชายคนนั้นโผล่มาให้เห็น มีชาวบ้านห้อมล้อมรอเศษเงินกระเด็นมาโดนตัว... พอก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะโดนแบน อินเตอร์เน็ตก็เร็วกว่าเป็นไหนๆ เจ้าขอหอก็คุยกันสนิทใจกว่า กูจะได้เซฟเงินไปเป็นกองทุนซื้อบ้านใหม่กะซื้อเฟอร์เข้าบ้านปัจจุบันซักที จะว่าไปชีวิตทำงานของผู้ใหญ่มันลำบากกว่าตอนเด็กๆ นะ วันๆ ต้องมานั่งคิดว่าจะทำไงกับอนาคตดี กูจะต้องเก็บเงินสร้างรากฐานชีวิตอย่างไรดี ยิ่งเป็นผู้ชายที่จะต้องเป็นเสาหลักของครอบครัวในอนาคตยิ่งต้องคิดใหญ่ วันก่อนนั่งคุยกับไอ้ป๊อปเพื่อนสมัยมัธยมมา มันพูดมาซะแทงใจเลย "ตั้งแต่กูเรียนจบมา กูไม่เคยจะได้คิดเลยว่า 'เอ...วันนี้กูจะเล่นอะไรดีนะ' เพราะมันมีแต่เรื่องชีวิตให้คิดมากกว่า" ฟังแล้วก็จริง... แต่...ความคิดแบบนี้มันคงไม่มีมั้งในหัวของลูกเศรษฐีหรือพวกทำงานสบายๆ แต่ได้เงินง่ายๆ และชีวิตไม่คิดจะทำอะไรอีก... พอแค่นี้ก่อนดีกว่า จะไปดูทีวีเสื้อแดงต่อ คลายเครียดได้ผลดีเยี่ยมจริงๆ ถ้ามีเงินช่วยกันไปอุดหนุนจานของทีวีเสื้อแดงหน่อยนะครับ เพราะตอนนี้เงินทุนมันหดหายไปเยอะ อิอิ June 30 ชีวิตวัยรุ่นหายไปอีกครั้งเริ่มงานแล้วครับ ญาติพี่น้องทั้งหลาย ทำมาเกือบเดือนแล้วแหละ
อยู่โรงงานในอยุธยาครับ ตำแหน่งอะไร ไม่รู้ว่ะ ทุกวันนี้ยังสับสนกับตัวเองอยู่
แต่ที่แน่ๆ ยืนยันอีกครั้งว่า
ไม่ทำล่ามครับ จะหาว่ากูเลือกงานก็ไม่สน
เพราะมันไม่ใช่ และไม่เหมาะเป็นอย่างมาก
งานที่จับอยู่ตอนนี้ คือ
1. การตรวจสอบทุจริตในองค์กร เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ของญี่ปุ่น ธุรกิจสัญชาติญี่ปุ่นหลายแห่งเลยต้องเริ่มงานตัวนี้กัน
หลายคนคงซุบซิบว่า เหมาะกับมึงชิบเป๋งเลย ไอ้กั๊ม
2. การสร้างธรรมาภิบาลให้บริษัท ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ฯลฯ หลายคนอ่านแล้วคงงงว่ามึงเป็นข้าราชการรึไง
และ 3. พรบ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่ 2551
น่าสนุกเชียวแต่ละงานเนี่ย
ทุกอย่างยังลงตัวครับ ไม่มีแววว่ากูจะออกจากงานในอนาคตอันใกล้นี้แต่อย่างใด
และก็ยังไม่อยากออกให้เสียชื่อคนเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ถูกตราหน้าไว้ว่าเป็นเอกที่เปลี่ยนงานบ่อยที่สุดในประเทศ เลือกมากกกก ทำงานไม่ค่อยทน ฯลฯ
จนบางคนหลงคิดไปเลยว่า อาจารย์พวกแกสอนมาหรอว่าให้เปลี่ยนงานได้เลยถ้าอยากเปลี่ยน เปลี่ยนอัพเงินเดือนง่ายๆ ออกแล้วหางานใหม่ง่ายเพราะงานเยอะ ฯลฯ เสื่อมเสียไปถึงอาจารย์กันเลยทีเดียว
เพียงแต่...
หออยุธยาแพงมากครับ แพงจนตูดฉีกเลือดสาดกันเลยทีเดียว
รวมแล้วประมาณ 25% ของเงินเดือนก็ว่าได้
แพงมากกกกกกกกกกกกกก
เทียบสัดส่วนกับหอที่ญี่ปุ่นกับเงินเดือนของคนที่นั่นแล้วพอๆ กันเลย
ที่นั่นเงินเดือนประมาณ 200,000 เยน ค่าที่อยู่ก็ล่อไปแล้วประมาณ 50,000 เยน
พูดถึงหอแล้วอยากด่าป้าคนนึงให้ฟัง
ตอนหาหอเราก็เดินสำรวจราคาไปเรื่อยๆ แหละ เพราะหอบางที่มันไม่ลงในเน็ต ต้องไปถามเอง
ถึงหอของยัยป้านี้ปุ๊บ
"ป้าครับ ขอถามราคาหน่อยน่ะครับ"
"ก็เดือนละ.....บาท"
เราก็หยิบสมุดมาจด
"แล้วค่าน้ำไฟล่ะครับ"
"มาถามแบบนี้ไม่อยากบอกเลย มาถามทีไรไม่เคยเห็นมาอยู่เลยซักคน
ส่วนใหญ่ที่อยู่เนี่ยก็ประมาณว่าแนะนำกันเข้ามาแล้วก็มาอยู่เลย มาถามแบบเนี่ย ไม่อยากบอก เหนื่อยแล้ว"
"....."
งงกับความคิดควายๆ แบบนี้จริงๆ
มีแต่เค้าจะโปรโมทหาแขก นี่มาไล่แขกซะงั้น กูไปหอไหนมีแต่คนพาขึ้นไปดูห้อง
ใช้วาจาอ่อนหวานหว่านล้อมโฆษณา ส่วนอีป้าคนนี้...
ป้าไม่อยากพูดก็เขียนแปะไว้เลยก็ได้ กูอ่านเป็น
นี่ถ้าวันใด หอป้าเกิดโรคระบาดตายห่าทั้งหอ ป้าจะหาลูกค้าใหม่ยังไง หวังว่าป้าคงไม่จุดธูปเรียกวิญญาณผีหอป้าขึ้นมา
แล้วให้ไปเข้าฝันบอกคนรู้จักให้มาอยู่หอป้าหรอกนะ
ป้าลืมคิดไปอีกอย่างรึเปล่าว่าธุรกิจแบบเนี่ยมันมีความเสี่ยงอย่างหนึ่งคือ คนคนเดียว ใช้สินค้านั้นได้ชิ้นเดียว อย่างมากก็ไม่เกินสามชิ้นหรอก
เพราะคงไม่มีใครบ้าที่จะวันจันทร์อยู่หอนึง อังคารอยู่อีกหอนึง...หรอก ธุรกิจแบบนี้มันเสี่ยงแบบเดียวกับธุรกิจบริษัทรีครูทนั่นแหละ
ในเมื่อลูกค้าคนนึงจะซื้อสินค้าเราได้แค่ชิ้นเดียวก็ต้องรู้จักหากลยุทธแล้ว ของเราต้องดีที่สุดเท่านั้น เขาจึงเลือกเรา นี่อะไรกัน
ขนาดกูไม่ได้เรียนการตลาดกูยังรู้เลย
ห่าเหอะ May 02 ปฏิบัติการค้นฟ้าคว้างานเหนื่อยใจกับการหางานจริงๆ กลับมาก็ดันเป็นช่วงหยุดยาวสงกรานต์
เปิดทำงานได้ไม่นานก็หยุดวันแรงงานกับวันฉัตรอีก
ไม่ว่าจะทำอะไรกระบวนการต่างๆ ก็ดูจะช้าไปเสียหมด เด็กจบใหม่ก็ได้งานกันแล้ว
เหลือผม...
คนที่คอมเสียหลังจากกลับมาได้ไม่นาน (รวมแล้วไม่มีคอมใช้ 2-3 สัปดาห์เลยเชียว)
คนที่แถวบ้านดันมีแต่ร้านเน็ตเกมแต่ไม่มีร้านที่มีโปรแกรม MS Office!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
(สะท้อนภาพให้เห็นว่าสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้แค่ไหน
นึกๆ แล้วอยากเข้าไปด่าเจ้าของร้านกับพวกที่นั่งเล่นเกมนั่นจริงๆ
ว่าเกมมันช่วยพัฒนาชาติบ้านเมืองตรงไหน
ช่วยให้พ่อแม่คนเล่นมีชีวิตที่สุขสบายขึ้นมั้ย
หรือช่วยให้คนเล่นมีอาหารกินประทังชีวิตขึ้นมั้ย)
ส่วนงานที่ผ่านเข้ามาในสายตาไม่พ้น ล่าม ล่าม แล้วก็ล่าม
ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่ล่าม
ผมตั้งเป้าหมายแต่แรกแล้วว่าผมจะไม่ทำล่ามเด็ดขาด ผมมีงานที่ผมอยากทำมากที่สุด
ใช่แล้วผมเกิดมาเพื่อเป็น HR ที่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นในการทำงานด้วย
แต่งาน HR ที่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเนี่ยมักจะมีเงื่อนไขคือ
- ประสบการณ์ทำงาน 3 ปีขึ้นไป (ระดับที่เปิดรับก็คือผู้จัดการ! ราวกับว่างาน HR ที่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นนั้นมีเพื่อคนระดับผู้จัดการเท่านั้น)
- เพศหญิง เพราะงานส่วนใหญ่ต้องการความละเอียด
- แล้วก็เงื่อนไขอื่นๆ อีกตามแต่ฟ้าจะประทาน
หลังจากที่สัมภาษณ์งานที่ต่างๆ ในตำแหน่งล่าม ผมยิ่งรู้ตัวว่า ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานนี้
งานที่เงินเยอะ และไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก
งานที่ไม่ต้องออกความคิดเห็น
งานที่เลิกง่ายเมื่อเบื่อ หาใหม่ง่ายเมื่อจะหา
งานที่เงินเดือนพอสร้างตัวสร้างบ้าน ซื้อรถได้สบายๆ
แต่มันก็เป็นงานที่ไม่ต่างกับหุ่นยนต์ รับฟังอะไรมาก็แปลไปตามนั้น
งานที่ขาดความก้าวหน้า
งานที่เงินดี แต่พอเบื่องานล่ามก็ไม่กล้าลงไปทำงานตำแหน่งอื่น เพราะยึดติดกับเงินเดือน
ไม่ใช่ล่ามเป็นอาชีพที่ไม่ดี ไม่สนุก แต่ผมไม่มีความสุขที่จะทำมัน
เชื่อมั้ยว่าผมเป็นคนแรกที่อาสาลองเป็นล่ามคนแรกตอนที่เรียนวิชาล่าม
เชื่อมั้ยว่าผมคิดว่างานล่ามก็สนุกไปอีกแบบ
แต่ มันไม่ใช่ผม
แต่เมื่อปากท้องเราต้องมาก่อน ไม่แน่ถ้าผมหา HR ที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นไม่ได้จริงๆ
ผมก็คงต้องเป็นล่ามซักวัน
แต่ที่แน่ๆ ยังไม่ใช่ตอนนี้
April 23 กลับสู่มาตุภูมิกลับมาแล้วครับท่านทั้งหลายที่เคารพ
อย่าเพิ่งงงว่าทำไมมันถึงเพิ่งอัพทั้งที่กลับมาจะล่อเป็นเดือนแล้ว
คอมเจ๊งฮะ ถึงปุ๊บไม่กี่วันก็เจ๊งทันที หลังจากนั้นก็เข้าศูนย์ แล้วมันก็หยุดสงกรานต์ยาวววววว วันเสาร์ก็ไม่เปิดอีก
ทำงานกันสบายจังเนอะ บริษัทนี้เนี่ย มีอยู่ทีนึง โทรไปหามันเรื่องซ่อมเนี่ยแหละ ตอนมันใกล้จะปิดแล้ว
มันคุยๆ อยู่ แล้วก็บอกว่าให้ไปคุยกับอีกคนนึง จะโอนสายให้ รอจนสายหลุด โทรเข้าหามันใหม่มันไม่รับแล้ว
ไอ้หอก พ่อมึง มึงจะทำงานเกินเวลาซักห้านาทีนี่จะตายมั้ย ขอกูด่าหน่อยเหอะ
แม่ง ไม่รู้เหมือนกันที่มันบอกว่าให้คุยกับอีกคนนึงเนี่ย เพื่อที่มันจะตัดสายเรารึเปล่าก็ไม่รู้
แล้วพอมันเสนอราคามานะ แพงเชี่ยๆ ตกลงว่าฮาร์ดดิสก์เสีย มันเสนอราคามาประมาณ 6500 ฮาร์ดดิสก์ 40 กิ๊ก
กูทุบเครื่องเล่นแล้วเอาไปให้ข้างนอกซ่อมยังจะถูกกว่าที่มึงเสนอมาอีก
พอ พอ กลับเข้าเมืองพุทธต้องสงบเสงี่ยม...
อัพเดทข่าวหน่อย
เรื่องที่ซุกหัวนอน อยู่บ้านใหม่แล้วครับ ไม่มีผีห่าซาตานที่ไหนมารังควาญอีก
เรื่องขา หลังจากที่ขาเจ็บเพราะล้มจากสกี ตอนนี้เดินได้ตามปกติแล้ว
เรื่องงาน หาอยู่ หายากจริงเว้ย งานที่ไม่ใช่ล่ามเนี่ย
เรื่องดวง ได้ข่าวว่าปีนี้ดวงไม่ค่อยดี ตอนขากลับบนเครื่องเนี่ย ได้ประสบการณ์เสียวชวนสยองมาด้วย นั่งๆ อยู่ก็รู้สึกว่าไหงมันตกหลุดอากาศบ่อยจังวะ?
ปกติไม่เคยตกเป็นนาทีๆ เลยนี่หว่า หลังจากที่คิดได้ไม่นาน เครื่องมันฮวบลงไปเลยอ่ะ บางคนกรี๊ดด้วย เอาดิ ยังดีที่ฮวบทีเดียว หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น รอดไป
เรื่องเงิน ตอนนี้ไม่มีฮะ เงินยังแลกไม่ได้ เรททุเรศมาก
เรื่องเที่ยว ยังเที่ยวญี่ปุ่นไม่คุ้มเลยหว่า อย่าให้กูมีโอกาสไปอีกนะ กูจะเที่ยวอีกประมาณ 18 จาก 47 จังหวัดที่เหลือให้หมดเลย
วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน เหนื่อย |
ความคืบหน้าการก่อสร้าง ข้อมูล รูป รายละเอียด ฯลฯ
|
||||||||||||||||||
|
|